แหล่งรวมเรื่องราวที่น่าสนใจ กินเที่ยว อาหารไทย แฟชั่นแนวใหม่ ไร้สาระ

อาหาร

อาหารที่คุณกินปลอดภัยเพียงไร ตอนที่ 1

วันๆปลากะพง ปลาทูนา ปลาตาเดียว ล้วนมีประโยชน์เมื่อบริโภค แต่อาจมีอันตรายซ่อนอยู่

       อายุรแพทย์ชื่อดังรู้สึกงง ขณะวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยหญิงเมื่อต้นปี 2543 ทั้งนี้เพราะผู้ป่วยดูเป็นคนแข็งแรงและใส่ใจสุขภาพมาตลอด แต่ตอนนี้กลับปวดเมื่อยกกล้ามเนื้อและข้อ คลื่นไส้ เวัยนศีรษะ ความจำเสื่อม และผมร่วงเป็นกำ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เธอเป็นเจ้าของไร่องุ่นในรัฐแคลิฟอร์เนียที่น่าแปลกคือ ลูกสาวกับเลขาฯของเธอก็มีอาการผมร่วงเช่นกัน แพทย์หญิงเจน ไฮทาวเวอร์ส่งผู้ป่วยไปห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจเชื่อต่างๆ เช่น ไวรัส ไทรอยด์ และตับอักเสบแต่ไม่พบความผิดปกติเนื่องจากหมอเจนไม่ใช่ผู้ชำนาญเรื่องผมเธอจึงต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเกี่ยวกับอาการผมร่วงของผู้ป่วย

      ตอนแรกแพทย์ผิวหนังสงสัยว่าอาจเกิดจากน้ำบ่อที่ไร่มีสารแปลกปลอม ต่อมาก็ฉุกคิดได้ว่าเคยฟังรายงานในวิทยุเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับพิษปรอททำให้ผมร่วงซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ค่อยพบกัน เธอจึงให้คนไข้ตรวจหาระดับปรอท  ผลลัพธ์เป็นดังที่คาด แพทย์ผิวหนังรายงานหมอเจนว่าผู้ป่วยมีระดับปรอทสูงผิดปกติถึงสามเท่าของระดับปลอดภัยซึ่งกำหนดโดยคณะกรรมการควบคุมสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ หมอเจนส่งผู้ป่วยพร้อมลูกสาวและเลขาฯไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการอีกครั้งและพบว่าทุกคนทีค่าปรอทสูงอย่างน่าตกใจ หมอเจนโทรไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านสารพิษที่กองควบคุมสารพิษแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งแนะนำให้ตรวจน้ำในบ่อน้ำและดินที่ไร่ของครอบครัวผู้ป่วย “ผู้เชี่ยวชาญสารพิษนำฝุ่นจากของหน้าต่างทุกบาน กรอบรูป และอ่างน้ำไปวิเคราะห์” หมอเจนเล่า ปรากฏว่าตรวจไม่พบสารปรอท

      แต่ที่แน่ๆคือพบสารปรอทในผู้ป่วยซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่าอาจมาจากปลา หมอเจนถามผู้ป่วยว่า “คุณกินอะไรบ้าง” คำตอบคือปลาใหญ่อย่างเช่นปลาทูนา ซึ่งหมอเจนตั้งข้อสังเกตุว่าปลาขนาดใหญ่ที่มีอายุยืนมักจะกินปลาด้วยกันเป็นอาหาร หมอเจนรู้ว่าปลาเหล่านี้มีสารปรอทสูง หลายเดือนต่อมา หมอเจนเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจคือ มีคนจำนวนมากกินปลาที่มีปรอทสูงถึงระดับอันตราย ปลาซื้อมาจากร้านเหล่านี้มีเนื้อใสสดและอยู่ในสภาพดีการค้นพบของเธอทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐตื่นตัวไปด้วย ในที่สุด รัฐแคลิฟอร์เนียยอมให้ติดป้ายเตือนไว้ที่แผงขายปลา ซึ่งก่อให้เกิดกระแสความกลัวที่ว่าอาหารที่ประชาชนกินอาจมีสารพิษ

      ไม่นานหลังจากนั้นมีผู้ป่วยมาหาด้วยอาการประหลาดแบบเดียวกันและบอกว่า “ฉันแน่ใจว่าได้รับสารพิษ” คนไข้หญิงรายนี้อายุ 59 ปี รูปร่างเพรียว ท่าทางคล่องแคล่ว แต่มีอาการความจำเสื่อม ผมร่วง ปวดท้อง และปวดศรีษะคล้านคนเมาค้างมานานถึง 9 ปี หลังตรวจเลือด หมอพบว่าระดับปรอทในเลือดสูงกว่าผู้ป่วยรายแรก ผู้ป่วยรายนี้กินปลาบ่อยเช่นเดียวกันหมอเจนจึงแนะให้หยุดกินปลา หลังจากนั้นหกเดือน ระดับปรอทของเธอลดลง ผมหยุดร่วง ความรู้สึกอ่อนเพลีย ความจำเสื่อม และอาการปวดศีรษะหายไป หมอเจนโทรไปหาผู้ป่วยอีก 20 ราย ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคและถามทุกคนด้วยคำถามเดียวกัน “คุณกินอะไรเป็นอาหารเย็น” คำตอบที่ได้รับเหมือนกันคือปลา และเป็นปลาใหญ่ชนิดกินปลาด้วยกันเป็นอาหาร เธอบอกคนไข้กลุ่มนี้ว่า “ดิฉันพอจะรู้แล้วว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คุณไม่สบาย ขอให้มาตรวจเลือดวันนี้เลย” เมื่อข่าวแพร่สะพัดว่าหมอเจนตรวจเลือดผู้ป่วยที่มีอาการแปลกๆรวมทั้งความจำเสือ ปราก”ว่ามีคนมาขอตรวจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

      ช่วงหนึ่งปีหลังจากนั้นหมอเจนวิเคราะห์ผู้ป่วย 720 ราย โดยให้กรอกรายละเอียดในแบบสอบถามเป้นประจำแต่ไม่เกินสัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง ในจำนวนนี้เธอตรวจหาระดับสารปรอท 123 ราย โดยคัดจากผู้มีประวัติกินปลาและมีอาการผิดปกติ ผลการตรวจน่าตกใจ เก้าในสิบรายมีระดับปรอทในเลือดสูงกว่าระดับที่ปลอดภัย (ค่าปกติคือ 5 ไมโคแกรมต่อเลือดหนึ่งลิตร) จำนวนครึ่งมีระดับสารปรอทสูงกว่าค่าปกติสองเท่าและหลายรายมีค่าสูงสามถึงสี่เท่า ขณะตรวจเลือดผู้ป่วย หมอเจนเริ่มศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับปรอทและโทรถึงทุกคนที่พอจะหาข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับปรอทและโทรถึงทุกคนที่พอจะให้ข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่คณะกรรมการควบคุมสิ่งแวดล้อม องค์การอาหารและยา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐรวมทั้งร้านอาหารในแถบนั้น คนส่วนใหญ่บอกหมอเจนว่ามีปรอทยู่ในปลาและมีอยู่ทั่วไปรวมทั้งในพื้นดิน บางส่วนเกิดโดยธรรมชาติจากภูเขาไฟ ปรอทวัดไข้กากของเสียจากเหมืองแร่ หลอดไฟเรืองแสง วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัสดุที่ใช้อุดฟัน สวิตช์ไฟและรองเท้าผ้าใบเด็กแบบที่มีแสงไฟ ในที่สุดแล้ว ปรอทเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามพื้นดิน ระบบระบายน้ำเสีย และแหล่งน้ำที่คนนำมาใช้

      แหล่งมลพิษใหญ่ที่สุดคือโรงงานที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงและเตาเผาขยะ ปรอทจะไหลลงสู่มหาสมุทร ทะเลสาบ และลำธาร จากนั้นเป็นแบคทีเรียจะเปลี่ยนเป็นสารปรอทเป็นเมทิลเมอคิวรีซึ่งเป็นสารพิษที่ดูดซึมง่ายและจะไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อของสัตว์ปีกที่อยู่ในน้ำ สัตว์น้ำและปลา รวมทั้งปลาขนาดใหญ่ซึ่งมีอายุยืน โดยเฉพาะพวกที่กินปลาด้วยกันจะมีสารปรอทสูงในอันดับต้นๆ นักวิทยาศาสตร์รู้มานานแล้วว่าการกิรปลาที่ปนเปื้อนสารปรอททำให้เกิดการดูดซึมเมทิลเมอคิวรีเข้าสู่ร่างกาย ถ้าได้รับในระดับสูงจะมีพิษต่อระบบประสาททำให้เด็กพิการแต่กำเนิด ทำลายสมองและไต ตาบอด เดินผิดปกติ พูดไม่ชัด มีรสโลหะอยู่ในปาก เหน็บชาที่มือและเท้า ตัวอย่างพิษปรอทร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อน ที่เมืองมินามาตะ ประเทศญี่ปุ่น เมือโรงงานสารเคมีแอบปล่อยสารปรอทจำนวนหลายตันลงในอ่าวทำให้ปลาที่ชาวบ้านกินทุกวันมีสารปรอทเจือปน ทารกที่เกิดมาจึงตาบอดและหูหนวงร่างกายพิกลพิการ ติดตามอ่านได้ตอนที่ 2