แหล่งรวมเรื่องราวที่น่าสนใจ กินเที่ยว อาหารไทย แฟชั่นแนวใหม่ ไร้สาระ

มุม

หวนสู่ความเรียบง่าย ตอนที่ 1

วันๆต้องรีบเร่งแต่ยังไม่สาย ชีวิตที่เป็นอยู่ก็ไม่เคยพอใจ หากคุณเป็นเช่นนี้ คงต้องหยุดพักเสียที

       เมื่อหลายปีก่อน วิกกีสไตก์แมนทำให้เพื่อนฝูงประหลาดใจเมื่อลาออกจากวงการโฆษณาอย่างกะทันหันทั้งที่กำลังก้าวหน้า เหตุผลคืออยากออกมาอยู่เฉยๆ คนที่ทราบข่าวได้แต่งงเพราะวิกกีไม่มีสามีและลูก ไม่เห็นมีเหตุผลที่จะต้องลาออก เพื่อนฝูงที่พบเธอตามงานเลี้ยงหลังจากนั้นจึงมักมองถามว่า ทำอะไรอยู่ วิกกีตอบง่ายๆว่าไม่ได้ทำอะไร คำถามที่เธอได้ยินต่อคือ กำลังมมองหางานใหม่หรือ เปล่า ถ้างั้นก็กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยวละสิก็เปล่าอีก “ช่วงนั้นชีวิตลำบากแต่ก็มีรสชาติไปอีกแบบ” วิกกีวัย 42 กล่าว “ถึงเวลากลับไปถึงบ้านมักรู้สึกโหวงแหวงไม่รู้จะทำอะไร” จะว่าไปแล้ว ช่วงที่เป็นรองประธานของบริษัทโฆษณาชื่อดัง วิกกีต้องวิ่งประชุมตลอดเวลาและยุ่งจนไม่มีเวลาพัก แม้งานจะสนุกแต่ก็หมดแรงแทบทุกวัน ด้วยเหตุนี้ เธอจึงลาออกและเริ่มไตร่ตรองว่าตัวเองต้องการชีวิตแบบไหนกันแน่ “เหมือนกระโจนลงเรือแจวโดยไม่มีใบพาย” วิกกีทวนความหลัง เธอเดินทางท่องเที่ยวอยู่หกเดือน แล้วก็ตระหนักว่า สิ่งมีค่าที่สุดสำหรับตนคือเพื่อนๆและครอบครัว ตลอดจนการผจญภัย ความสนุกสนาน อิสรภาพและความสามารถที่จะควบคุมชีวิตตัวเอง วิกกีปฏิเสธงานที่มีคนมาเสนอให้อย่างไม่ไยดีและเลือกที่จะปรึกษาอิสระซึ่งเป็นงานไม่ผูกมัด ทำให้เธอมีเวลาไปเยี่ยมเพื่อนที่อยู่ต่างเมือง ไปพายเรือคายัค ทำอาหาร และถักนิตติง “ฉันมีเวลาที่จะชื่นชมสิ่งต่างๆรอยตัวมากขึ้นแทนที่จะวิ่งหัวฟูทุกวัน” วิกกีกล่าว “พูดถึงรายได้ตอนนี้ก็ไม่เลวไปกว่าตอนที่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังแบบนั้น”

       แม้การลาออกจากงานประจำมาเป็นที่ปรีกษาจะเหมาะสำหรับบางคน แต่ประสบการณ์ของวิกกีก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายขึ้น ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิต จากนั้นจึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่มีค่าเหล่านั้น และกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นให้หมดไป สิ่งแรกต้องแยกแยะว่าอะไรสำคัญและไม่สำคัญ “ก่อนจะปรับชีวิตให้ง่ายขึ้น เราต้องสรุปให้ได้ก่อนว่าชีวิตนั้นดีนั้นต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง” ลินดา เพียช ผู้แต่งหนังสือชื่อ เลือกความเรียบง่าย (Choosing Simplicity) และ บทเรียนเรื่องความเรียบง่าย : คู่มือการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย 12 ขั้นตอน (Simpli-city Lesson: A 12-Step Guide to Living Simply)

       ดูเหมือนว่าความคิดเรื่องการใช้ชีวิตเรียบง่ายจะสวนทางกับวิถีชีวิตที่เน้นการบริโภคมากเกินไปดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คนเราชอบสะสมสิ่งของไว้มากๆเพียงเพื่อจะได้เอาไปเก็บไว้ในบ้านหลังใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เฉพาะสิ่งของที่จับต้องได้เท่านั้น “หลายคนสะสมกิจกรรมต่างๆมากมาย” ที่ปรึกษาด้านการบริหารเวลากล่าว “คนเรากำลังจะกลายเป็นหนูถีบจักร เพราะรู้สึกผิดเวลาต้องปฎิเสธคนอื่น” เราลุกลี้ลุกลนวิ่งจากกิจกรรมหนึ่งไปทำอีกกิจกรรม รีบร้อนเต็มที่แต่ก็ยังไปไม่ทันบ่อยๆ การกระทำเช่นนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นที่ต้องการและมีความสำคัญแต่ไม่ได้ทำให้สุขใจอย่างแท้จริง เมื่อวุ่นวานมากๆเข้า คุณต้องแสวงหาความเงียบสงบเป็นบางเวลา คนที่ชำนาญเรื่องการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอาจแฝงตัวอยู่ในหลายอาชีพ นับแต่แม่บ้านที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานบ้านพื้นๆไปจนถึงผู้ศึกษาปรัชญาของ มหาตมะ คานธี ลูกศิษย์คนหนึ่งของมหาตมะ คานธี เคยเขียนไว้ในนิตยสาร วิศวะ-ภารตี เมื่อปี 2479 ว่า “ความเรียบง่ายหมายถึงการมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว โดยมีความจริงใจและซื่อสัตย์พร้อมสรรพอยู่ในตัว ผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายต้องขจัดความหยุงเหยิงวุ่นวายนอกออกไป รวมทั้งทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นต่อเป้าหมายหลักในชีวิต”