สวนรมณีนาถ จากเรือนจำ สู่สถานที่ออกกำลังกายที่น่ามาวิ่ง

srm2

สวัสดีครับ ในวันนี้ทางแอดก็จะขอมาพาไปยังอีกหนึ่ง มุมพักผ่อน กันนะครับ โดยก็จะมาทำเป็นซีรี่ย์ สวนสาธารณะ ที่เอาไว้วิ่งออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจกันครับ โดยจะมาเริ่มต้นกันที่ ณ บริเวณลานกว้างหน้าแท่นสระน้ำพุเฉลิมพระเกียรติ สวนรมณีนาถ ในเวลาเช้า จะมีคณะผู้สูงวัยจำนวนหนึ่งทั้งชายหญิงร่ายรำมวยไทเก๊ก ประกอบเพลงจีนที่ดังมาจากเทปบันทึกเสียงที่ตั้งอยู่ด้านหน้าแท่นสระน้ำพุนั้น โดยมีชายสูงวัยชาวจีนเป็นผู้นำในการร่ายรำด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่ว เห็นการออกท่ามวยไทเก๊กงามนัก  หอยสังข์สัมฤทธิ์ ประติมากรรมที่เป็นมงคลและเป็นสิ่งดึงดูดใจของ สวนรมณีนาถ ตั้งอยู่ตรงกลางสระน้ำพุ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ และอดีตอธิบดีกรมศิลปากรเคยเล่าให้ฟังว่า หอยสังข์สัมฤทธิ์ขนาดใหญ่เกิดจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์จะแก้อัปมงคลของสถานที่ซึ่งเป็นเรือนจำเก่า ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (ก่อสร้างเมื่อ ร.ศ. 108 พ.ศ. 2433) ให้เกิดสิริมงคลแก่ผู้ที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ เพราะน้ำที่หลั่งจากหอยสังข์เป็นเครื่องหมายแห่งการอำนวยอวยชัยให้พรแก่ผู้รับ (ดังเช่นพิธีรดน้ำสังข์ในพิธีแต่งงาน เป็นต้น)

srm

ข้อมูลในเว็บไซต์แนะนำว่า หอยสังข์ที่เป็นประติมากรรมที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำพุเฉลิมพระเกียรติ บนแท่นสูงซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดของสวนนั้น ตัวหอยสังข์และพานรองหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ภายในบรรจุแผ่นยันต์มหาโสฬสมงคลและสังข์องค์จริง ออกแบบส่งน้ำในสระไหลจากปากสังข์ลงสู่สระ โดยที่ปากสังข์หันสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ความหมายของประติมากรรมว่าน้ำที่ไหลออกจากสังข์ แสดงความหมายแทนน้ำพระทัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่บริสุทธิ์ดุจสีของน้ำ

แปลงดอกไม้รูปร่างคดเคี้ยวในลักษณะธารน้ำ ที่เชื่อมน้ำพุเฉลิมพระเกียรติกับบ่อน้ำพุด้านล่าง แสดงถึงน้ำพระทัยที่พระราชทานแก่ชาวไทย บ่อน้ำพุด้านล่าง เทียบได้กับพสกนิกรที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพร้อมใจกันสรรเสริญ ปัจจุบันหอยสังข์สัมฤทธิ์เป็นสัญลักษณ์ประจำสวนรมณีนาถแห่งนี้

ก่อนที่จะมาเป็นสวนรมณีนาถ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ พ.ศ. 2535 นั้น สถานที่แห่งนี้คือคุกเก่า เมื่อสร้างเป็นสวนสาธารณะแล้วได้รับพระราชทานนามว่า “รมณีนาถ” ซึ่งมีความหมายว่า “นางผู้เป็นที่พึ่ง” ตั้งอยู่บริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเดิม ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ทั้งหมด 29 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา

จากการที่สวนรมณีนาถได้ดัดแปลงมาจากเรือนจำ ภายในบริเวณสวนยังคงอนุรักษ์แนวรั้วกำแพง ป้อมยาม ซุ้มประตูทางเข้าไว้เป็นสัญลักษณ์ และเป็นส่วนประกอบของสวน นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน

srm3

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ผมเคยดูแล้ว อยากแนะนำว่าที่คนขวัญอ่อน หรือเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองไปด้วยห้ามเข้าไปดู ทั้งนี้เพราะมีการจัดแสดงการลงโทษ การทรมานและการประหารนักโทษด้วยกรรมวิธีต่างๆ ที่คนขวัญอ่อนเข้าไปเห็นจะมีอาการขนลุกขนพอง สยองเกล้าแน่นอน ทั้งหมดคล้ายกับจำลองนรกขุมต่างๆ มาไว้บนพื้นปฐพีก็มิปาน

ส่วนความเป็นมาของคุก หรือเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครนั้น ข้อมูลระบุว่าคุกนี้ก่อสร้างเมื่อ ร.ศ. 108 (พ.ศ. 2433) สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงเห็นว่า ที่ต้องขังจองจำผู้กระทำความผิดต้องควบคู่ไปกับศาลสถิตยุติธรรม จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ให้จัดซื้อที่ดินตำบลตรอกคำ ทำการก่อสร้าง โดยทรงส่งพระยาไชยวิชิตสิทธิศาสตรา (นาค ณ ป้อมเพชร) ซึ่งเคยไปรับราชการสถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปดูรูปแบบคุกที่สิงคโปร์ คุกแห่งนี้จึงเป็นแบบเรือนจำ Brixton อันเป็นเรือนจำระดับความมั่นคงสูงสุดนั่นเอง

การก่อสร้างเสร็จสิ้น ย้ายนักโทษเข้าไปอยู่ได้เมื่อเดือน ก.พ. ร.ศ. 109 (พ.ศ. 2434) และได้รับการขนานนามว่า “คุกกองมหันต์โทษ” หรือเรียกกันว่า “คุกใหม่” มีอายุเก่าแก่ถึง 103 ปี และได้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง สุดท้ายใช้ชื่อว่า “เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร” (แต่คนส่วนมากรู้จักและเรียกว่าคุกคลองเปรม)

srm4

เมื่อ พ.ศ. 2534 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการปรับปรุงทัณฑสถานวัยหนุ่มบางเขน หรือ “เรือนจำกลางคลองเปรม” และได้ย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมาควบคุมรวมกัน และให้ปรับปรุงพื้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเป็นสวนสาธารณะ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ปี พ.ศ. 2542 มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 29 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา

เปิดทำการ 05.00-21.00 น. ทุกวัน ส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดวันอังคารเสาร์ เวลา 08.30-16.30 น.

ตั้งแต่เช้ามืดที่เปิดทำการ จะมีประชาชนหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะบรรดาเจ้าของและผู้ประกอบกิจการในบริเวณใกล้เคียง เช่น ย่านวังบูรพา คลองถม วรจักร และปากคลองตลาดมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก เพราะบรรยากาศดี สะอาดร่มรื่น และอุปกรณ์การออกกำลังกายสมบูรณ์

การออกกำลังกายอยู่ที่ความถนัด บางคนจ๊อกกิ้ง บางคนเดิน และบางคนบางกลุ่มรำมวยจีน ดังเช่นกลุ่มของอาจารย์ชิว แซ่หว่อง ที่รำมวยไทเก๊ก ตามจังหวะเสียงเพลงจากเทปบันทึกเสียงที่ดังก้องกังวานที่ลานหน้าสระน้ำพุเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น