รู้จักไหม “ฮีทสโตรก” อันตรายใกล้ตัวที่ไม่ควรประมาท

ฮีทสโตรก อันตรายใกล้ตัวที่ไม่ควรประมาท 1

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและรู้สึกว่าจะร้อนขึ้นทุกปีโดยไม่ต้องรอให้ถึงเดือนเมษายนที่เขาว่าเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี เพราะตั้งแต่ต้นมกราคมไปจนถึงท้ายธันวาคม คนไทยต่างถูกคลื่นความร้อนเล่นงานอยู่แทบจะทุกวัน ซึ่งถ้ามันแค่ร้อนอบอ้าวเท่านั้นก็พออดรนทนได้อยู่หรอก แต่ใครจะไปรู้ว่า อากาศที่ร้อนจัดแบบนี้จะสามารถก่อให้เกิดโรคที่เสี่ยงถึงแก่ชีวิตได้ อย่าง โรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด  อาการที่หากไม่รู้วิธีรับมือจะต้องเป็นอันตรายไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

รู้จักไหม ? ฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด

               ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด คือลักษณะอาการของร่างกายที่กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนของอากาศจนไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายได้ โดยทั่วไปร่างกายของเราจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 35 – 37 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าเกินจากนี้ไป แสดงว่าร่างกายกำลังเผชิญกับความร้อนภายในสูงขึ้นฉับพลัน โดยฮีทสโตรกจะมีอุณภูมิร่างกายอยู่ที่ราว ๆ 40 องศาเซลเซียสและสามารถเพิ่มสูงขึ้นได้อีก ซึ่งข้อแตกต่างที่จะสังเกตได้ว่าไม่ใช่อาการมีไข้จากการเจ็บป่วย ก็คือ ฮีทสโตรกหรือลมแดดจะเกิดขึ้นร่วมกับอาการปวดศีรษะ หน้ามืด ชักเกร็ง หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ หายใจแรง ช็อกและหมดสติ ซึ่งหากปล่อยไว้ให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นโดยไม่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อลดความร้อนในร่างกายให้เย็นลงโดยเร็ว นอกจากจะไม่ได้สติแล้วยังส่งผลให้ สมอง กล้ามเนื้อ ไต และและหัวใจทำงานล้มเหลวได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย

ฮีทสโตรก อันตรายใกล้ตัวที่ไม่ควรประมาท 2

ภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิด ฮีทสโตรก (Heatstroke)

  • อยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดในอุณหภูมิตั้งแต่ 35 – 40 องศาเซลเซียส ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
  • ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน หัวใจ ความดันโลหิต และเบาหวาน
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ทำกิจกรรมกลางแจ้ง 3 – 5 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • อวัยวะถูกคลื่นความร้อนอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ได้รับการป้องกัน เช่น ศีรษะ และใบหน้า

ข้อสังเกตอาการฮีทสโตรก (Heatstroke)และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

               ผู้ที่เกิดภาวะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เนื่องมาจากอาการ ฮีทสโตรก ส่วนมากจะเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม หายใจหอบเหนื่อย เร็ว และแรง อุณภูมิในร่างกายสูงถึง 40 องศา ตามร่างกายไม่พบว่ามีเหงื่อซึมออกมาจากรูขุมขน ปากแห้ง กระหายน้ำมาก คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง เพ้อ พูดไม่รู้เรื่อง ชักเกร็ง และหมดสติ หากพบว่ามีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดจะต้องทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในขณะเดียวกันก็ต้องรีบติดต่อเจ้าหน้ากู้ชีพด้วย ซึ่งการบรรเทาอาการที่เร่งด่วนและดีที่สุดคือ นำผู้ป่วยไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ให้ถูกแสงแดด จากนั้นให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้างเพื่อให้เลือดไหลเวียน และเร่งระบายความร้อนภายในร่างกายให้เร็วที่สุด ด้วยการนำผ้าชุบน้ำประคบตามร่างกาย จับผู้ป่วยแช่ในน้ำเย็นโดยคอยประคองส่วนหัว คอ และไหล่ ปลดเสื้อผ้าให้โปร่งสบายไม่รัดแน่น และดื่มน้ำให้มาก หากผู้ป่วยหมดสติหรือหัวใจหยุดเต้นจะต้องทำการ CPR เพื่อกระตุ้นผู้ป่วยกลับมาแต่วิธีสุดท้ายจะต้องเป็นผู้ที่สามารถทำการกู้ชีพได้เท่านั้นเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับผู้ป่วย เช่นกระดูกหัก หรือกดถูกอวัยวะสำคัญอย่าง ม้าม ตับ ฯลฯ

ฮีทสโตรก อันตรายใกล้ตัวที่ไม่ควรประมาท 3

ท่ามกลางอากาศที่มีแต่จะร้อนขึ้นทุกปีแบบนี้การรู้จักโรคหรืออาการที่มีผลมาจากอุณหภูมิความร้อนสูงเอาไว้บ้างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เพราะนอกจากตัวเราจะได้รู้จักระวังตัวและรู้จักป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับอันตรายจาก โรคลมแดดหรือ ฮีทสโตรก ในขณะเดียวกันก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย เผื่อวันดีคืนดีมีใครที่ต้องการความช่วยเหลือ เราก็สามารถที่จะให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียนั่นเองครับ